โรงเรียนบ้านดอนเสาธง

หมู่ที่ 7 บ้านดอนเสาธง ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84340

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

081 0858522

โรคอ้วนในเด็ก เสี่ยงโรค-เสียสุขภาพจิต

โรคอ้วน
โรคอ้วน จากที่เคยเป็นเพียงภัยสุขภาพของโลกฝั่งตะวันตก แต่ปัจจุบันได้คุกคามมาถึงประเทศไทย รวมถึงเด็กไทย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงปี 2551-2556 พบว่า จำนวนเด็กก่อนวัยเรียนที่เป็นโรคอ้วนมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 7.9
นอกจากนี้ อัตราโรคอ้วนของเด็กในวัยกำลังศึกษาได้ปรับตัวขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 6.7 ในช่วงเวลาเดียวกัน สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคอ้วน ในระยะเวลาห้าปีที่ร้อยละ 36 (สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน) และร้อยละ 15 (สำหรับเด็กในวัยเรียน) และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดมาจากพฤติกรรมชอบรับประทานหวานของคนไทย ที่บริโภคน้ำตาลประมาณ 26 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แนะนำให้รับประทานเพียงวันละ 6 ช้อนชาถึง 4 เท่า ประกอบกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดี และการออกกำลังกายที่น้อยเกินไปของเด็กไทย

จากกสถิติที่จำนวนเด็กน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นตัวบ่งบอกถึงปัญหาที่น่าวิตกกังวลในอนาคต บางทีอาจเป็นเพราะปัญหาการขาดสารอาหารที่ยังพบเห็นอยู่ทั่วไป และน่าจะยังมีอยู่ในแถบชนบท ผู้คนจึงเห็นว่าการที่เด็กอ้วนเป็นเรื่องดี พ่อแม่ผู้ปกครองอาจเลี้ยงดูบุตรหลานด้วยอาหารที่ชอบ เพื่อให้ทานได้แต่กลับไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เต็มไปด้วยไขมันและน้ำตาล แต่กับมีวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพน้อย ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่อาจคิดว่าการให้เด็กอยู่บ้านดูทีวี หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ จะปลอดภัยกว่าการออกไปเล่นนอกบ้าน

โรคอ้วน ในเด็ก เสี่ยงโรค-เสียสุขภาพจิต

ผู้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงโรคอ้วน ว่าได้แพร่ระบาดไปอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก แต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าใจถึงความเลวร้ายของโรคอ้วนในเด็ก แม้ว่าโรคนี้จะเป็นหนึ่งในปัญหาความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ร้ายแรงที่สุดของศตวรรษนี้ก็ตาม โรคนี้เป็นภัยคุกคามเนื่องจากเด็กที่มีน้ำหนักเกินอาจประสบปัญหาสุขภาพ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน และเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา

เด็กที่เป็นโรคอ้วนนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น ด้วยปัจจัยเสี่ยงอาทิเช่น โรคคอเลสเตอรอลสูงหรือโรคความดันโลหิตสูง เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พวกเขาจะมีภาวะเบาหวานแฝง (prediabetes) โดยมีระดับน้ำตาลในเลือด ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น นอกจากนี้เด็กและวัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน ยังเสี่ยงที่จะมีปัญหาเรื่องกระดูกและข้อ รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ อีกทั้งยังอาจไปสู่ปัญหาการเข้าสังคม ซึ่งจะทำให้เด็กขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

ถึงแม้ว่าอัตราของโรคอ้วนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการป้องกันโรคอ้วนคือ การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พ่อแม่ผู้ปกครองและบุตรหลาน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคร้ายได้สำเร็จ และการทำตามคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม ได้แก่ การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

เคล็ดลับสุขภาพดี

คุณพ่อคุณแม่ ควรจำไว้ว่าบุตรหลานของคุณมองคุณเป็นแบบอย่าง ดังนั้นถ้าคุณรับประทานผักและผลไม้ ลูกๆ ของคุณก็จะทำเช่นเดียวกัน แต่อาจจะต้องใช้เวลา ในทางกลับกัน หากคุณไม่เห็นความสำคัญของมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ และรับประทานทานแต่อาหารจานด่วนบ่อยๆ เข้า ลูกๆ ของคุณ ก็จะเลียนแบบพฤติกรรมในการรับประทานอาหารเหล่านี้ไปด้วย เมื่อคุณเตรียมอาหารให้เด็กๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีอุดมไปด้วยน้ำตาล เกลือ และไขมันอิ่มตัว

โรงเรียนเองก็มีช่วยส่งเสริมพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ดี และการบริหารร่างกายได้ รวมทั้งองค์กรบางแห่งที่พยายามช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เฮอร์บาไลฟ์ แฟมิลี่ ฟาวเดชั่น ก็เป็นอีกหนึ่งในองค์กรดังกล่าว ที่สนับสนุนองค์กรการกุศลทั่วโลกในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ด้วยการส่งมอบโภชนาการที่ดี

การต่อสู้กับโรคอ้วนไม่ได้จบลงด้วยการมีโภชนาการที่ดีเท่านั้น การใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงก็มีความสำคัญเช่นกัน องค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้เด็กอายุ 5-17 ปี ออกกำลังกายชนิดที่ออกแรงปานกลางถึงมากอย่างน้อย 60 นาทีเป็นประจำทุกวัน เพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายและสร้างเสริมภาวะสุขภาพดี ซึ่งรวมถึงการเสริมสุขภาพกระดูกด้วย

กิจวัตรประจำวันเป็นตัวช่วยที่ดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ คุณอาจกำหนดเวลาการทำกิจกรรมสักสองสามวันต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ การวางแผนกิจกรรมที่สนุกสนานและเรียบง่าย เช่น การเตะบอลและรับลูกบอล ก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กๆ ได้อย่างมากทีเดียว และเมื่อคุณทำสิ่งเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง ก็จะแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ ของคุณได้ ควบคู่ไปกับได้ออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพโดยรวมที่ดี

อ่านบทความดีๆ จากทาง โรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ

อัพเดทล่าสุด

การทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดปัจจัยเชิงบวก เช่น การสื่อสาร ประสิทธิภาพการทำงาน ความไว้วางใจ และความคิดสร้างสรรค์ นี่คือวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบัน คณาจารย์ และนักศึกษา