โรงเรียนบ้านดอนเสาธง

หมู่ที่ 7 บ้านดอนเสาธง ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84340

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

081 0858522

ฝึกลูกพูดสองภาษา ควรเริ่มอย่างไรดี

งานวิจัยพบว่า ทารกเริ่มเรียนรู้เสียงในภาษาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ เสียงของแม่เป็นหนึ่งในเสียงที่ชัดเจนที่สุดที่ทารกในครรภ์ได้ยิน และเมื่อลืมตาดูโลก นอกจากจะแยกความแตกต่างระหว่างภาษาของแม่กับภาษาอื่นๆ ได้แล้ว ทารกแรกเกิดยังสามารถแยกความแตกต่างระหว่างภาษาได้ด้วย ทารกสามารถเรียนรู้ภาษาใดก็ตามที่เขาได้ยินได้ฟัง จากนั้นทารกจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าเสียงใดที่เขาได้ยินบ่อยที่สุด ระหว่างอายุ 6-12 เดือน ทารกที่เติบโตขึ้นในครอบครัวที่พูดภาษาเดียว จะเริ่มเชี่ยวชาญในภาษาแม่เป็นพิเศษ โดยเมื่ออายุครบ 1 ขวบ ทารกที่เรียนรู้เพียงภาษาเดียวจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการได้ยินความแตกต่างของเสียงในภาษาต่างประเทศ ดังนั้นการ ฝึกลูกพูดสองภาษา จะเป็นผลดีมากเมื่อฝึกตั้งแต่ในครรภ์ โดยให้เด็กแยกแยะเสียงของแต่ละภาษาก่อนนั้นเอง

ฝึกลูกพูดสองภาษา

วิธีการ ฝึกลูกพูดสองภาษา

การฝึกลูกพูดสองภาษา
ในการจะสอนลูกให้พูด 2 ภาษา จะแบ่งได้ 2 แบบดังนี้

1-หนึ่งคนหนึ่งภาษา
โดยตกลงกันในครอบครัวว่าใครจะพูดภาษาที่สองกับลูก โดยคนๆ นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีเวลาอยู่กับเด็กค่อนข้างมาก และยึดให้คนๆ นั้นเป็นคุณครูสอนภาษาหลัก ซึ่งอาจจะเป็นคุณแม่ วิธีการนี้เด็กจะเรียนรู้การพูดกับพ่อและแม่ทั้งสองภาษาเองอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะสับสน เค้าสามารถแยกแยะได้เก่ง จนคุณพ่อคุณแม่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว เนื่องจากเด็กมักจะเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น แล้วเด็กจะใช้อะไรบางอย่างมาเป็นตัวจับว่าเมื่อไหร่ควรพูดภาษาไทย และเมื่อไหร่ควรพูดภาษาอังกฤษ

2-หนึ่งเวลาหนึ่งภาษา
แบบนี้คุณพ่อและคุณแม่รวมทั้งคนอื่นๆ ในบ้าน (ที่สามารถสื่อสารได้สองภาษาเช่นกัน) สามารถพูดภาษาที่หนึ่งและสอง ปนกันกับลูกได้ แต่ไม่แปล ไม่พูดไทยคำอังกฤษคำ ให้พูดเป็นประโยคในแต่ละช่วงเวลา อาจกำหนดว่า ช่วงกลางวันจะสื่อสารด้วยภาษาไทย  ช่วงกลางคืนจะใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อให้เด็กแยกแยะทั้งสองภาษาได้ชัดเจนจากช่วงเวลา

ใช้ตัวช่วย
สำหรับเด็กเล็กเปิดหนังหรือการ์ตูนให้ลูกฟัง ไม่จำเป็นต้องให้ดู ฟังอย่างเดียวเพื่อให้ได้สำเนียงที่ถูกต้อง หนังสือนิทาน ซีดีเพลง หนัง หรือ โปสเตอร์ภาษา สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นตัวช่วยหรือเครื่องมือการสอนที่ล้วนมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ภาษาที่ 2 ของลูก

ฝึกคำศัพท์จากสิ่งรอบตัว
อาจเริ่มต้นจากคำง่ายๆ ใกล้ตัวที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวของเครื่องใช้ หรือชื่ออาหาร หรือกิจวัตรประจำวันอย่างนั่ง ยืน กิน นอน ไป มา อาบน้ำ แต่งตัว ห้ามแปลเป็นไทยเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้เมื่อพูดทุกวัน จะทำให้ลูกจำได้แน่นอน พูดแบบนี้ไปเรื่อยๆแล้วค่อย ๆเพิ่มเป็นประโยค เมื่อลูกโตขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการฝึกภาษาทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญคือต้องออกเสียงคำให้ถูกต้อง

ทำให้เป็นเรื่องสนุก
การฝึกลูกเป็นเด็กสองภาษาไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียด เพราะมันจะเป็นเพียงเรื่องปกติของชีวิต อย่างหนึ่งเช่น การทำทุกกิจกรรม กินข้าว เล่านิทาน หรือเล่นเกมก็เป็นการฝึกพูดภาษาที่ 2 ได้ หรืออาจจะออกไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก ก็ชี้บรรยากาศรอบๆ ให้ลูกดูเเล้วพูดเป็นภาษาที่ 2 เพื่อเพิ่มความสนใจให้กับลูก เป็นการกระตุ้นในการเรียนรู้ที่ดีของลูกอีกวิธีหนึ่ง

ค่อยเป็นค่อยไป
การสอนภาษาที่ 2 ให้ลูกนั้น คนสอนต้องใช้เวลาและความเข้าใจ เพราะเด็กๆ ทุกคนมีพัฒนาการที่แตกต่าง และมีความสามารถและความถนัดไม่เหมือนกัน ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใช้ความอดทนรอให้ลูกเรียนรู้ภาษาตามเวลาของเขา คอยพูดคุย สนับสนุน และชมเชย เมื่อเขาสามารถทำอะไรได้สำเร็ว

อ่านบทความดีๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ

อัพเดทล่าสุด

การทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดปัจจัยเชิงบวก เช่น การสื่อสาร ประสิทธิภาพการทำงาน ความไว้วางใจ และความคิดสร้างสรรค์ นี่คือวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบัน คณาจารย์ และนักศึกษา